สวยแต่เจ็บ! รองเท้าคู่โปรดทำพิษ ปวดตาตุ่มในจนเดินกะเผลก ร
สวยแต่เจ็บ! รองเท้าคู่โปรดทำพิษ ปวดตาตุ่มในจนเดินกะเผลก ระวัง "เอ็นร้อยหวายเทียม" อักเสบจนน้ำท่วมเส้นเอ็น!
"รองเท้าคู่นี้สวยจัง ใส่แล้วดูขาเรียวดี" "คับนิดหน่อยไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวใส่ไปก็ขยายเอง"
คุณผู้หญิงหลายคนอาจจะเคยมีความคิดแบบนี้ใช่ไหมครับ? ยอมทนเจ็บนิดหน่อยเพื่อความสวยงาม หรือบางทีเราเลือกรองเท้าที่รัดข้อเท้าแน่นๆ เพื่อความกระชับ แต่รู้ไหมครับว่า "ความคับ" เพียงเล็กน้อยที่เราทนมาตลอดทั้งวัน อาจกำลังบดขยี้เส้นเอ็นสำคัญที่ข้อเท้าจนเกิดการอักเสบเรื้อรัง และกลายเป็นเรื่องใหญ่กว่าที่คิด
วันนี้หมอมีเคสของ "คุณออย" หญิงสาววัย 36 ปี ที่มาด้วยอาการปวดตาตุ่มด้านใน ปวดจนลงน้ำหนักแทบไม่ได้ เพียงเพราะรองเท้าคู่เก่ง ทำพิษครับ
...
เรื่องเล่าจากห้องตรวจ: คุณออยกับรองเท้าหุ้มข้อคู่ใหม่
คุณออย (นามสมมติ) พนักงานออฟฟิศวัย 36 ปี เดินกะเผลกเข้ามาในห้องตรวจด้วยสีหน้ากังวล เธอถอดรองเท้าแตะออกให้หมอดูเท้าขวา บริเวณตาตุ่มด้านใน (ฝั่งนิ้วโป้ง) มีอาการบวมเป่งอย่างเห็นได้ชัด แดงและร้อนกว่าข้างซ้าย
"หมอคะ คือเมื่ออาทิตย์ก่อนออยต้องไปออกงานอีเวนต์ เลยซื้อรองเท้าคัทชูหุ้มข้อคู่ใหม่มาใส่ มันก็รัดๆ ตรงข้อเท้านิดหน่อยแต่ออยคิดว่าทนได้ ก็ใส่ยืนเดินทั้งวัน พอกลับบ้านมามันปวดมาก นึกว่าแค่รองเท้ากัดธรรมดา แต่ผ่านมาอาทิตย์นึงแล้ว มันบวมขึ้นเรื่อยๆ ทายาก็ไม่หาย ตอนนี้แค่เดินลงน้ำหนักก็เจ็บจี๊ดขึ้นมาถึงน่องเลยค่ะ"
หมอลองกดเบาๆ ที่บริเวณใต้ตาตุ่มใน คุณออยสะดุ้งโหยงทันที อาการแบบนี้ ตำแหน่งแบบนี้ และประวัติการถูกกดทับจากรองเท้า ชี้เป้าไปที่โรคที่ชื่อยาวหน่อยแต่พบบ่อยมาก คือ "Tibialis Posterior Tenosynovitis" หรือ "ปลอกหุ้มเส้นเอ็นประคองอุ้งเท้าอักเสบ" นั่นเองครับ
...
ความจริงที่หมออยากบอก: เส้นเอ็นก็เหมือน "สายสลิง" ที่ถูกหนีบ
เพื่อให้เห็นภาพง่ายขึ้นนะครับ... ที่ข้อเท้าด้านในของเรา จะมีเส้นเอ็นเส้นใหญ่เส้นหนึ่ง วิ่งผ่านหลังตาตุ่มลงไปยึดที่อุ้งเท้า เส้นเอ็นนี้ชื่อว่า Tibialis Posterior หน้าที่ของมันเปรียบเสมือน "สลิงเส้นหลัก" ที่คอยดึงยกอุ้งเท้าเราให้สูงขึ้น ไม่ให้เท้าแบนราบติดพื้นเวลาเดิน
ปกติเส้นเอ็นนี้จะลื่นไหลอยู่ใน "ท่อ" หรือปลอกหุ้ม (Tendon Sheath) ที่มีน้ำหล่อลื่นนิดหน่อยเพื่อให้ขยับตัวได้สะดวก
เกิดอะไรขึ้นกับเท้าคุณออย? เมื่อคุณออยใส่รองเท้าที่รัดแน่นบริเวณข้อเท้า ขอบแข็งๆ ของรองเท้ามันไป "กดทับ" ลงบนท่อของเส้นเอ็นนี้โดยตรงตลอดเวลาที่เดิน เหมือนเราเอาคีมไปหนีบสายยางส่งน้ำ
- การเสียดสี: เส้นเอ็นเสียดสีกับปลอกหุ้มรุนแรง
- การอักเสบ: ร่างกายตอบสนองด้วยการปล่อยน้ำออกมาในท่อเยอะผิดปกติ เพื่อพยายามลดแรงเสียดทาน
- ผลลัพธ์: ปลอกหุ้มเส้นเอ็นบวมเป่งไปด้วยน้ำ (Tenoynovitis) เกิดแรงดันมหาศาลภายในท่อ ทำให้ปวดร้าวทรมาน ยิ่งเดินยิ่งเจ็บ
...
เจาะลึกโรค: เมื่อเอ็นประคองอุ้งเท้า "ร้องไห้" (Tibialis Posterior Tenosynovitis)
โรคนี้ไม่ได้เกิดแค่ในคนเท้าแบน แต่เกิดได้จากการบาดเจ็บโดยตรงแบบคุณออยด้วย
อาการสังเกตด้วยตัวเอง
- ปวด: บริเวณหลังตาตุ่มด้านใน หรือใต้ตาตุ่ม ลามลงไปที่อุ้งเท้า
- บวม: เห็นเป็นลำยาวๆ ตามแนวเส้นเอ็นหลังตาตุ่ม
- เจ็บเมื่อเขย่ง: ถ้าลองยืนเขย่งปลายเท้าข้างที่เจ็บ จะทำไม่ได้ หรือทำแล้วปวดมาก เพราะต้องใช้เส้นเอ็นนี้ออกแรง
- เท้าเริ่มแบนลง: (ในรายที่เป็นเรื้อรังนานๆ) เพราะเอ็นยืดหรือฉีกขาด จนดึงอุ้งเท้าไม่ไหว
หมอตรวจอะไรบ้าง? (Investigation)
เคสของคุณออย หมอตรวจร่างกายแล้วค่อนข้างมั่นใจ แต่เพื่อความแม่นยำในการรักษา หมอจึงใช้เครื่องมือพิเศษช่วยครับ
- อัลตราซาวด์ (Ultrasound Musculoskeletal):
- นี่คือตาที่สามของหมอครับ เมื่อเอาหัวตรวจวางลงไปที่ข้อเท้าคุณออย ภาพบนจอปรากฏชัดเจนมาก
- สิ่งที่เห็น: เส้นเอ็นสีขาวๆ ตรงกลาง ถูกล้อมรอบด้วย "วงแหวนสีดำ" หนาเตอะ (Halo sign)
- วงแหวนสีดำคืออะไร? คือ "น้ำ" ครับ เป็นน้ำไขข้อที่เกิดจากการอักเสบขังอยู่ในปลอกหุ้มเส้นเอ็นจำนวนมาก ทำให้เส้นเอ็นเหมือนลอยอยู่ในสระน้ำ
- เอกซเรย์ (X-ray): ทำเพื่อดูว่ามีกระดูกงอกไปทิ่มแทงเส้นเอ็นร่วมด้วยไหม แต่ในเคสนี้กระดูกปกติครับ
...
แนวทางการรักษา: ดูดน้ำออก + ฉีดยา ทางด่วนแก้ปวด (แบบแม่นยำ)
เมื่อเห็นภาพจากอัลตราซาวด์ชัดเจนว่ามีน้ำขังเยอะขนาดนี้ การกินยาแก้อักเสบอย่างเดียวอาจจะเห็นผลช้า หรือต้องกินนานจนกัดกระเพาะ หมอจึงแนะนำวิธีรักษาที่ตรงจุดที่สุด คือ "การดูดน้ำออกและฉีดยาภายใต้การนำวิถีของอัลตราซาวด์"
หลายคนได้ยินคำว่า "ฉีดยาเข้าเส้นเอ็น" แล้วกลัว... หมอเข้าใจครับ และขออธิบายให้สบายใจดังนี้:
ความเข้าใจผิด: คนมักกลัวว่าฉีดยาแล้วเอ็นจะขาด ความจริง: ถ้าจิ้มเข็มเข้าไป ในเนื้อเส้นเอ็น โดยตรง เอ็นอาจเปื่อยและขาดได้จริงครับ แต่... วิธีที่หมอทำคือการฉีดเข้า "ปลอกหุ้ม" (Sheath) รอบๆ เส้นเอ็น ไม่ใช่จิ้มเนื้อเอ็นครับ
ขั้นตอนการรักษา (Ultrasound-Guided Injection)
- เล็งเป้า: หมอใช้อัลตราซาวด์สแกนหาตำแหน่งที่มีน้ำขังมากที่สุด และปลอดภัยที่สุด (หลบเส้นเลือดและเส้นประสาท)
- ดูดน้ำออก (Aspiration): หมอสอดเข็มเล็กๆ เข้าไปในปลอกหุ้ม (เราจะเห็นเข็มวิ่งเข้าไปในจออัลตราซาวด์เลยครับ) แล้วดูดเอาน้ำเหลืองๆ ที่เกิดจากการอักเสบออกมา เพื่อลดแรงดันในท่อทันที
- ฉีดยาลดอักเสบ: เมื่อดูดน้ำออกแล้ว หมอจะฉีดยาต้านการอักเสบ (Corticosteroid) ผสมยาชา เข้าไปในพื้นที่ว่างรอบๆ เส้นเอ็น เพื่อหยุดกระบวนการอักเสบ
- ผลลัพธ์: ยาจะกระจายตัวไปเคลือบเส้นเอ็นลดการอักเสบได้อย่างทั่วถึง โดยไม่ไปทำลายเนื้อเยื่อเส้นเอ็น เพราะเราเห็นปลายเข็มตลอดเวลาครับ
วิธีนี้ แม่นยำกว่าการคลำฉีดแบบสมัยก่อนมาก ลดความเสี่ยง และหายปวดได้เร็วกว่ามากครับ
...
การดูแลตัวเองและการป้องกัน: เพื่อไม่ให้กลับมาเจ็บซ้ำ
หลังจากฉีดยาไปแล้ว คุณออยรู้สึกเบาเท้าขึ้นทันที อาการปวดลดลงไปกว่า 80% แต่หมอก็ต้องกำชับว่า "หายปวด ไม่ได้แปลว่าหายขาด" เส้นเอ็นต้องการเวลาซ่อมแซมตัวเองอีกสักพักครับ
สิ่งที่ต้องทำต่อ (Do's & Don'ts):
- เปลี่ยนรองเท้าทันที (สำคัญที่สุด):
- เลิกใส่คู่ต้นเหตุไปก่อนครับ
- เลือกรองเท้าที่มีหน้ากว้าง (Wide Toe Box)
- บริเวณส้นเท้าและข้อเท้าต้องบุด้วยวัสดุนุ่ม ไม่แข็งกดทับ
- มีส่วนนูนรับอุ้งเท้า (Arch Support) เพื่อช่วยพยุงไม่ให้เอ็นทำงานหนัก
- พักการใช้งานหนัก: งดวิ่ง กระโดด หรือเดินไกลๆ ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก
- ประคบเย็น: หากเดินเยอะแล้วรู้สึกอุ่นๆ ที่ข้อเท้า ให้ประคบเย็น 15 นาที
- อุปกรณ์เสริม (Insoles): หากคุณเป็นคนเท้าแบนร่วมด้วย การตัดแผ่นรองเท้า (Insoles) เฉพาะบุคคล จะช่วยพยุงอุ้งเท้า ลดภาระงานของเส้นเอ็น Tibialis Posterior ได้อย่างถาวร
...
สรุป
อาการปวดตาตุ่มด้านในจากการใส่รองเท้าที่ไม่เหมาะสม ไม่ใช่เรื่องเล็กที่ควรมองข้าม หากปล่อยทิ้งไว้นาน เส้นเอ็นอาจเสื่อมจนถึงขั้น "เอ็นขาด" และทำให้ "เท้าแบนถาวร" ได้ในอนาคต
การรักษาด้วยการอัลตราซาวด์นำวิถี เพื่อดูดน้ำและฉีดยา เป็นวิธีที่ปลอดภัย แม่นยำ และช่วยให้คนไข้กลับมาใช้ชีวิตได้เร็วขึ้น แต่หัวใจสำคัญคือ "การเลือกรองเท้าที่รักเท้าเรา จริงๆ" ครับ
ความสวยเป็นเรื่องสำคัญ แต่สุขภาพเท้าที่จะพาเราเดินไปในที่สวยๆ สำคัญกว่านะครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดตาตุ่มใน #รองเท้ากัด #เอ็นร้อยหวายเทียมอักเสบ #TibialisPosterior #ฉีดยาข้อเท้า #อัลตราซาวด์กระดูกและข้อ #เท้าแบน #ปวดข้อเท้า #หมอเก่งธนินนิตย์
References (เอกสารอ้างอิง)
- Bubra PS, Keighley G, Rateesh S, Carmody D. Posterior tibial tendon dysfunction: an overlooked cause of foot deformity. J Family Med Prim Care. 2015;4(1):26-9. (บทความทบทวนความรู้เกี่ยวกับความผิดปกติของเอ็น Tibialis Posterior สาเหตุและการวินิจฉัยที่มักถูกมองข้าม)
- Angin S, Mickle KJ, Nester CJ. The effects of footwear on the structure and function of the foot. J Foot Ankle Res. 2012;5(Suppl 1):O2. (งานวิจัยที่ศึกษาผลกระทบของรองเท้าต่อโครงสร้างและการทำงานของเท้า ซึ่งยืนยันว่ารองเท้าที่ไม่เหมาะสมก่อให้เกิดการบาดเจ็บได้)
- Klauser AS, Tagliafico A, Allen GM, et al. Clinical indications for musculoskeletal ultrasound: a Delphi-based consensus paper of the European Society of Musculoskeletal Radiology. Eur Radiol. 2012;22(5):1140-8. (ข้อบ่งชี้ทางคลินิกของการใช้อัลตราซาวด์ระบบกระดูกและข้อ ยืนยันประโยชน์ในการวินิจฉัยเส้นเอ็นอักเสบและนำวิถีเข็ม)
- Sconfienza LM, Adriaensen M, Albano D, et al. Clinical indications for image-guided interventional procedures in the musculoskeletal system: a Delphi-based consensus paper from the European Society of Musculoskeletal Radiology (ESSR)-part I, shoulder and elbow. Eur Radiol. 2020;30(2):903-13. (แม้จะเน้นไหล่และศอก แต่เป็นหลักการเดียวกันเรื่องความแม่นยำของการใช้อัลตราซาวด์นำวิถีฉีดยา)
- Reeves CL, Raspovic KM. Diagnostic Ultrasound in the Foot and Ankle. Clin Podiatr Med Surg. 2016;33(4):461-73. (บทบาทของการใช้อัลตราซาวด์วินิจฉัยโรคในเท้าและข้อเท้า รวมถึงการตรวจ Tibialis Posterior tendon)
Comments
Post a Comment