ปวดข้างเท้าด้านนอก... เดินลงน้ำหนักแล้วเจ็บแปล๊บ! นึกว่ารองเท้ากัด แต่เปลี่ยนรองเท้าแล้วก็ไม่หาย เกิดจากอะไรกันแน่?"
ปวดข้างเท้าด้านนอก... เดินลงน้ำหนักแล้วเจ็บแปล๊บ! นึกว่ารองเท้ากัด แต่เปลี่ยนรองเท้าแล้วก็ไม่หาย เกิดจากอะไรกันแน่?"
อาการปวดที่ "ขอบเท้าด้านนอก" เป็นตำแหน่งที่หลายคนมองข้ามครับ มักคิดว่า "เดี๋ยวก็หาย" หรือ "สงสัยเดินเยอะไป" แต่รู้ไหมครับว่า อาการปวดตรงจุดนี้ อาจเป็นสัญญาณเตือนของกระดูกร้าว หรือเส้นเอ็นอักเสบเรื้อรังที่ถ้าปล่อยไว้ อาจถึงขั้นต้องผ่าตัด!
เรื่องเล่าจากห้องตรวจ: "คุณนิด" กับรองเท้าคู่โปรด
สัปดาห์ก่อน "คุณนิด" สาวออฟฟิศวัย 38 ปี เดินกระเผลกเข้ามาในห้องตรวจ เธอบอกผมว่า "หมอคะ ช่วงนี้ปวดข้างเท้ามากเลยค่ะ ตรงปุ่มกระดูกข้างๆ นิ้วก้อย เดินลงน้ำหนักแล้วเจ็บจี๊ด นึกว่ารองเท้าคัชชูมันบีบ แต่นี่เปลี่ยนมาใส่รองเท้าแตะเดินในบ้านก็ยังปวดอยู่ค่ะ"
พอผมกดตรวจดูจุดที่ปวด คุณนิดร้อง "โอ๊ย!" ทันที... ปรากฏว่าไม่ใช่แค่เรื่องรองเท้ากัดครับ แต่เป็นอาการของ "เอ็นข้างเท้าอักเสบ" ร่วมกับมีภาวะกระดูกเท้าผิดรูปเล็กน้อยที่เจ้าตัวไม่เคยรู้มาก่อน
วันนี้หมอเก่งจะพามาไขข้อข้องใจว่า อาการปวดข้างเท้า เวลาเดินลงน้ำหนัก เกิดจากอะไรได้บ้าง และจะแก้อย่างไรครับ
ความจริงที่คุณต้องรู้: "ขอบเท้าด้านนอก" รับภาระหนักกว่าที่คิด
เวลาเราเดิน ร่างกายจะถ่ายน้ำหนักจากส้นเท้า ไปสู่ขอบเท้าด้านนอก แล้วค่อยส่งแรงไปที่หัวแม่เท้าเพื่อถีบตัวออกไป ดังนั้น "ขอบเท้าด้านนอก" (Lateral Foot) จึงเหมือน "สะพาน" ที่ต้องแข็งแรงมาก
ถ้าสะพานนี้มีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นที่ กระดูก หรือ เส้นเอ็น ที่คอยพยุงสะพาน พังลงมา การเดินของคุณจะสะดุดทันทีครับ
เจาะลึก: 4 สาเหตุหลัก ของอาการปวดข้างเท้าด้านนอก
1. เส้นเอ็นข้างเท้าอักเสบ (Peroneal Tendonitis) "พบบ่อยที่สุด"
เปรียบเหมือน "เชือกขึงสะพาน" ที่ถูกใช้งานหนักเกินไป
สาเหตุ: เกิดจากการเดินหรือวิ่งเยอะๆ โดยเฉพาะบนพื้นเอียง พื้นไม่เรียบ หรือคนที่ข้อเท้าเคยพลิกมาก่อน ทำให้เส้นเอ็นที่ตาตุ่มด้านนอกต้องทำงานหนักเพื่อประคองเท้า
อาการ: ปวดตึงบริเวณตาตุ่มนอก ลามลงไปถึงโคนนิ้วก้อย เวลาบิดข้อเท้าเข้าด้านในจะเจ็บมาก
2. กระดูกโคนนิ้วก้อยร้าว (Jones Fracture / 5th Metatarsal Fracture) "อันตรายถ้ามองข้าม"
สาเหตุ: บางครั้งเกิดจากอุบัติเหตุข้อเท้าพลิกเพียงเล็กน้อย แต่แรงกระชากของเอ็นทำให้ "ฐานกระดูก" ชิ้นที่ 5 (ตรงข้างเท้า) เกิดรอยร้าว หรือบางคนเกิดจาก "แรงสะสม" (Stress Fracture) จากการเดินเยอะๆ
อาการ: ปวดเจ็บจี๊ดที่ปุ่มกระดูกข้างเท้า กดเจ็บชัดเจน บางคนบวมแดง เดินลงน้ำหนักแทบไม่ได้
3. ภาวะกระดูกนิ้วก้อยปูด (Tailor’s Bunion / Bunionette)
สาเหตุ: เกิดจากกรรมพันธุ์ที่มีรูปเท้ากว้าง หรือพฤติกรรมการใส่รองเท้าหัวแหลม รองเท้าบีบหน้าเท้ามาเป็นเวลานาน ทำให้กระดูกนิ้วก้อยปูดนูนออกมาเสียดสีกับรองเท้า
อาการ: มีปุ่มกระดูกนูนแดงที่โคนนิ้วก้อย เจ็บเวลาใส่รองเท้าที่รัดๆ พอถอดรองเท้าอาการมักจะดีขึ้น
4. โรคกระดูกลูกบาศก์เคลื่อน (Cuboid Syndrome)
ชื่อดูแปลกหน่อยนะครับ เปรียบเหมือน "ตัวต่อจิ๊กซอว์" ชิ้นหนึ่งตรงกลางเท้าด้านนอก มันขยับผิดตำแหน่ง
สาเหตุ: มักเกิดตามหลังข้อเท้าพลิก หรือนักเต้นระบำ นักวิ่ง
อาการ: ปวดเหมือน "มีก้อนหินอยู่ในรองเท้า" ตลอดเวลา ปวดลึกๆ ที่ข้างเท้าด้านนอก
ขั้นตอนการตรวจ: จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นอะไร?
คลำจุดกดเจ็บ: หมอจะกดหาจุดที่เจ็บที่สุด ว่าอยู่ที่เส้นเอ็น หรืออยู่ที่เนื้อกระดูก
เอกซเรย์ (X-ray): จำเป็นมากครับ เพื่อดูว่ามีกระดูกร้าว (Jones fracture) หรือไม่ เพราะการรักษาต่างกันอย่างสิ้นเชิง
อัลตราซาวด์ (Ultrasound): หากเอกซเรย์ปกติ แต่ยังปวดมาก อาจต้องดูว่าเส้นเอ็นมีการฉีกขาดหรือบวมน้ำหรือไม่
แนวทางการแก้ไขและรักษา: ต้องทำอย่างไรบ้าง?
การรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุ แต่หลักการเบื้องต้นที่คุณทำได้เอง มีดังนี้ครับ:
1. ปรับเปลี่ยนรองเท้า (สำคัญที่สุด!)
เลิกใส่รองเท้าหัวแหลม: หรือรองเท้าที่บีบรัดหน้าเท้า
เลือกรองเท้าหน้ากว้าง (Wide Toe Box): ให้มีพื้นที่ให้นิ้วเท้าได้ขยับ
พื้นรองเท้าต้องนุ่มและรับแรงกระแทก: หลีกเลี่ยงรองเท้าพื้นบางติดดิน
2. การดูแลเบื้องต้น (R.I.C.E)
Rest: พักการเดินเยอะๆ ลดกิจกรรมวิ่งหรือกระโดด
Ice: ประคบเย็นบริเวณที่ปวด 15-20 นาที วันละ 2-3 ครั้ง (ช่วยลดอักเสบได้ดีกว่าประคบร้อนในระยะแรก)
3. แผ่นรองเท้า (Insoles)
หากคุณมีรูปเท้าผิดปกติ เช่น เท้าโก่ง หรือเท้าแบน การใช้แผ่นรองเท้าที่สั่งตัดเฉพาะบุคคล (Custom-made) จะช่วยกระจายน้ำหนักออกจากจุดที่ปวดได้ดีมากครับ
4. การบริหารยืดเหยียด
ยืดกล้ามเนื้อน่อง: เพราะน่องที่ตึงจะดึงรั้งข้อเท้า ทำให้เอ็นข้างเท้าทำงานหนัก
บริหารข้อเท้า: ใช้ยางยืดดึงข้อเท้า เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบข้อเท้า
5. การรักษาทางการแพทย์
ยากิน: ลดปวด ลดอักเสบ
ใส่เฝือก/รองเท้าพิเศษ: กรณีที่มีกระดูกร้าว หมออาจให้ใส่เฝือกอ่อน หรือรองเท้าชนิดแข็ง (Hard sole shoe) เพื่อดามกระดูกให้ติด
ฉีดยา/ช็อคเวฟ (Shockwave): กรณีเป็นเอ็นอักเสบเรื้อรัง
ผ่าตัด: ใช้ในกรณีที่กระดูกไม่ติด หรือกระดูกปูดออกมามากจนใส่รองเท้าไม่ได้จริงๆ
สรุป
อาการปวดข้างเท้าด้านนอก "ไม่ใช่เรื่องปกติ" ที่ควรทนครับ หากคุณเปลี่ยนรองเท้าแล้วยังไม่หาย หรือมีประวัติข้อเท้าพลิกมาก่อน แล้วยังมีอาการเจ็บแปล๊บๆ เวลาเดิน ให้รีบมาพบแพทย์เพื่อเอกซเรย์ดูสักนิด
เพราะถ้าเป็นแค่ "เอ็นอักเสบ" พักก็หาย แต่ถ้าเป็น "กระดูกร้าว" แล้วฝืนเดินต่อ กระดูกอาจจะแยกตัวออกจากกัน จนต้องจบลงที่การผ่าตัดใส่เหล็กครับ
รู้เร็ว รักษาถูกวิธี เดินปร๋อได้เหมือนเดิมแน่นอนครับ ^^
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดข้างเท้า #เจ็บเท้าเวลาเดิน #รองเท้ากัด #กระดูกเท้าเจ็บ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #JonesFracture #TailorBunion #สุขภาพเท้า
References
Chuckpaiwong B, Queen RM, Easley ME, Nunley JA. Distinguishing Jones and Proximal Diaphyseal Fractures of the Fifth Metatarsal. Clin Orthop Relat Res. 2008;466(8):1966-1970. (อธิบายเรื่องกระดูกโคนนิ้วก้อยหัก ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ปวดข้างเท้าและมักถูกวินิจฉัยผิด)
Davitt JS, Kadel N. The bunionette deformity. Foot Ankle Clin. 2011;16(4):627-645. (ข้อมูลเกี่ยวกับภาวะนิ้วก้อยปูด หรือ Tailor's bunion สาเหตุและการรักษา)
Houghton J. Peroneal Tendinopathy: A review. Journal of Bodywork and Movement Therapies. 2021. (เจาะลึกเรื่องเส้นเอ็นข้างเท้าอักเสบ การวินิจฉัย และการฟื้นฟู)
Patterson SM. Cuboid Syndrome: A Review of the Literature. J Sports Sci Med. 2006. (โรคกระดูกลูกบาศก์เคลื่อน สาเหตุที่มักถูกมองข้ามในนักกีฬาและคนทั่วไป)
Adams MJ. Lateral Foot Pain: Differential Diagnosis and Treatment. Podiatry Today. 2019. (ภาพรวมการวินิจฉัยแยกโรคอาการปวดเท้าด้านนอกทั้งหมด)
Comments
Post a Comment